Leverage คืออะไร? เจาะลึก “ดาบสองคม” ที่เสกเงินร้อยให้เป็นเงินล้าน (และทำลายพอร์ตในพริบตา)
คานงัดงัดโลก… หรืองัดหน้าตัวเอง?
“อาร์คิมิดีส” นักคณิตศาสตร์ชาวกรีกเคยกล่าวไว้ว่า “หาที่ยืนที่มั่นคงให้ข้าสิ แล้วข้าจะงัดโลกทั้งใบให้ดู” คำกล่าวนี้คือหัวใจของคำว่า Leverage (เลเวอเรจ) หรือ “พลังทวีคูณ” ครับ
ในโลกของการเทรดคริปโต โดยเฉพาะบนกระดานเทรดอย่าง Bybit คุณมักจะเห็นตัวเลข 10x, 50x, หรือแม้แต่ 100x ล่อตาล่อใจอยู่ ตัวเลขพวกนี้แหละครับคือเวทมนตร์ที่ทำให้เด็กจบใหม่มีเงินล้านได้ภายในไม่กี่เดือน… และมันก็เป็นเวทมนตร์ดำบทเดียวกัน ที่ทำให้เศรษฐีหมดตัวได้ในคืนเดียว
หลายคนกระโดดเข้าใส่ Leverage ด้วยความโลภ หวังจะรวยทางลัดโดยไม่เข้าใจกลไกของมัน ผลลัพธ์คือ “พอร์ตแตก” (Liquidation) ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บทความนี้ ผมจะพาคุณไปผ่าตัดดูไส้ในของ Leverage กันครับ ว่าจริงๆ แล้วมันคือเครื่องมือของเทพเจ้า หรือกับดักของปีศาจกันแน่ และถ้าคุณคิดจะใช้มัน คุณต้องรู้อะไรบ้างเพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองกลายเป็นเหยื่อของตลาด
Leverage คืออะไร? (อธิบายแบบเห็นภาพ)
Leverage แปลตรงตัวว่า “คานงัด” ในทางการเงิน มันคือการ “ยืมเงินจากกระดานเทรด (Exchange) มาลงทุน” เพื่อเพิ่มอำนาจในการซื้อ (Buying Power) ให้มากกว่าเงินทุนจริงๆ ที่เรามี
ลองนึกภาพตามนะครับ:
สมมติคุณมีเงิน 10,000 บาท และอยากซื้อคอนโดราคา 1 ล้านบาท เพื่อเก็งกำไร
-
ถ้าซื้อสด (Spot): คุณซื้อไม่ได้ครับ เงินไม่พอ
-
ถ้ากู้ธนาคาร (Leverage): คุณวางเงินดาวน์ 10,000 บาท แล้วกู้ธนาคารอีก 990,000 บาท เพื่อซื้อคอนโดนั้นมาเป็นเจ้าของ
ในตลาดคริปโต (Futures) ก็เหมือนกันครับ ถ้าคุณมีเงิน 100 USDT (ประมาณ 3,400 บาท) แต่อยากเปิดออเดอร์ Bitcoin มูลค่า 1,000 USDT คุณก็แค่กดเลือก Leverage 10x
-
ระบบจะดึงเงินประกัน (Margin) จากคุณ 100 USDT
-
แล้วระบบจะเติมเงินให้คุณอีก 900 USDT
-
รวมเป็น 1,000 USDT เพื่อไปซื้อ Bitcoin
สรุปสั้นๆ: Leverage ช่วยให้คนทุนน้อย สามารถทำกำไร (และขาดทุน) ได้เหมือนคนทุนหนาครับ
คณิตศาสตร์แห่งความรวย (และหายนะ)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด เรามาดูตัวเลขจริงกันครับ สมมติคุณมีเงินต้น 100 USDT และราคา Bitcoin อยู่ที่ $50,000
กรณีที่ 1: ไม่ใช้ Leverage (1x Spot)
-
เงินลงทุน: 100 USDT
-
ถ้า Bitcoin ขึ้น 10%: เงินคุณกลายเป็น 110 USDT (กำไร 10 USDT)
-
ถ้า Bitcoin ลง 10%: เงินคุณเหลือ 90 USDT (ขาดทุน 10 USDT)
-
ความรู้สึก: ปลอดภัย เรื่อยๆ มาเรียงๆ
กรณีที่ 2: ใช้ Leverage 10x
-
เงินลงทุน: 100 USDT (แต่มูลค่าสัญญาคือ 1,000 USDT)
-
ถ้า Bitcoin ขึ้น 10%: กำไรคิดจากยอด 1,000 = 100 USDT
-
ผลลัพธ์: คุณได้กำไร 100 USDT (หรือ 100% ของเงินต้น!)
-
-
ถ้า Bitcoin ลง 10%: ขาดทุนคิดจากยอด 1,000 = -100 USDT
-
ผลลัพธ์: เงินต้น 100 USDT ของคุณหายเกลี้ยง (ขาดทุน 100% หรือ พอร์ตแตกทันที!)
-
กรณีที่ 3: ใช้ Leverage 100x (สายซิ่ง)
-
เงินลงทุน: 100 USDT (มูลค่าสัญญาคือ 10,000 USDT)
-
ถ้า Bitcoin ขึ้นแค่ 1%: คุณได้กำไร 100 USDT (100% ของเงินต้น)
-
ถ้า Bitcoin ลงแค่ 1%: คุณเสียเงินต้นทั้งหมดทันที (พอร์ตแตก!)
จุดสังเกต: ยิ่ง Leverage สูง ราคาขยับเพียงนิดเดียว ก็ส่งผลกระทบมหาศาลต่อเงินต้นของคุณ นี่คือเหตุผลว่าทำไมมือใหม่ที่ชอบกด 50x-100x ถึงรอดยากครับ เพราะกราฟ Bitcoin ขยับ 1% เป็นเรื่องปกติมากใน 5 นาที
Liquidation Price (จุดตายที่ต้องระวัง)
เมื่อคุณใช้ Leverage สิ่งที่เพิ่มเข้ามาและน่ากลัวที่สุดคือ Liquidation Price (ราคาบังคับขาย)
ทางกระดานเทรด (อย่าง Bybit) เขาให้คุณยืมเงินก็จริง แต่เขาจะไม่ยอมขาดทุนไปกับคุณครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่ราคาวิ่งผิดทาง จนเงินประกัน (Margin) ของคุณใกล้จะหมด ระบบจะทำการ “บังคับปิดออเดอร์” ของคุณทันที และยึดเงินประกันทั้งหมดไป
สูตรคำนวณความอึด (แบบจำง่ายๆ)
-
Leverage 10x: ทนกราฟลากผิดทางได้ประมาณ 10%
-
Leverage 20x: ทนกราฟลากผิดทางได้ประมาณ 5%
-
Leverage 50x: ทนกราฟลากผิดทางได้ประมาณ 2%
-
Leverage 100x: ทนกราฟลากผิดทางได้ประมาณ 1%
เห็นไหมครับว่า ยิ่ง Leverage สูง “พื้นที่หายใจ” ของคุณยิ่งน้อยลง นิดเดียวก็ตายแล้ว
Isolated vs Cross Margin (โหมดไหนดี?)
ใน Bybit หรือกระดานเทรดอื่นๆ จะมีโหมด Margin ให้เลือก 2 แบบ ซึ่งสำคัญมากต่อชีวิตและทรัพย์สินของคุณครับ
1. Isolated Margin (โหมดแยกกระเป๋า) (แนะนำมือใหม่!)
-
หลักการ: “จำกัดความเสี่ยงเฉพาะออเดอร์นั้น”
-
ตัวอย่าง: คุณมีเงินในพอร์ต 1,000 USDT แต่แบ่งมาเปิดออเดอร์นี้แค่ 100 USDT (Leverage 10x)
-
ถ้าพอร์ตแตก: คุณจะเสียแค่ 100 USDT นั้น ส่วนอีก 900 USDT ในกระเป๋ายังอยู่ครบปลอดภัย
-
ข้อดี: ควบคุมความเสียหายได้ชัดเจน ไม่ลามปาม
2. Cross Margin (โหมดกระเป๋ารวม)
-
หลักการ: “เอาเงินทั้งพอร์ตมาค้ำประกัน”
-
ตัวอย่าง: เปิดออเดอร์ 100 USDT (Leverage 10x) เหมือนเดิม แต่เลือก Cross
-
ถ้ากราฟผิดทาง: แทนที่ระบบจะตัดจบเมื่อเสีย 100 USDT ระบบจะไปดึงเงินที่เหลืออีก 900 USDT มาเติมเป็นเชื้อเพลิงให้อัตโนมัติ เพื่อยื้อไม่ให้พอร์ตแตก
-
ข้อดี: พอร์ตแตกยากกว่า (เพราะสายป่านยาวกว่า)
-
ข้อเสีย: ถ้าผิดทางหนักจริงๆ แล้วคุณไม่ยอมคัท… มันจะลากจนเงิน 1,000 USDT ของคุณหายเกลี้ยงทั้งบัญชี!
คำเตือนจากพี่: มือใหม่จงใช้ Isolated Margin เท่านั้น จนกว่าคุณจะเข้าใจการบริหารหน้าตัก (Money Management) อย่างถ่องแท้
ใช้ Leverage ยังไงให้รอด? (เคล็ดลับปี 2026)
จากประสบการณ์ที่ผมเห็นคนล้างพอร์ตมานักต่อนัก นี่คือหลักการใช้ Leverage อย่างชาญฉลาดครับ:
1. Leverage ที่เหมาะสม
-
มือใหม่ (Experience < 6 เดือน): ไม่ควรเกิน 2x – 5x (แค่นี้ก็กำไรเยอะกว่า Spot มากแล้วครับ)
-
เทรดเดอร์ทั่วไป: ไม่เกิน 10x – 20x
-
Leverage 50x – 100x: เก็บไว้สำหรับยอดเงินเล็กๆ ที่คุณกะเอามา “ปั้น” เล่นๆ และพร้อมเสียได้เท่านั้น (Gambling Money)
2. Stop Loss คือลมหายใจ
ห้ามเปิดออเดอร์โดยไม่มี Stop Loss เด็ดขาด! การใช้ Leverage คือการขับรถเร็ว ถ้าไม่มีเบรก (Stop Loss) เวลาชนคือตายคาที่ครับ
-
ตั้งกฎไว้เลยว่า “ฉันยอมเสียได้กี่เหรียญในไม้นี้” แล้วตั้ง Stop Loss ตามนั้น
3. อย่า Overtrade
การมี Leverage ทำให้เราฮึกเหิม รู้สึกว่าเงินน้อยก็เทรดไม้ใหญ่ได้ อย่าเผลอตัวเปิด Position ใหญ่เกินกว่าที่ใจรับไหว (Position Sizing)
เครื่องมือของเศรษฐี หรือ อาวุธสังหาร?
Leverage ก็เหมือนกับ “ไฟ” ครับ ถ้าใช้อย่างถูกวิธี มันจะหุงหาอาหาร ให้ความอบอุ่น และสร้างความเจริญรุ่งเรือง (สร้างกำไรมหาศาล) แต่ถ้าเล่นกับมันโดยขาดความระมัดระวัง มันก็จะเผาบ้านของคุณจนวอดวาย (ล้างพอร์ต)
สำหรับผม Leverage คือสิ่งประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกการเงิน เพราะมันเปิดโอกาสให้คนตัวเล็กๆ สามารถแข่งขันในตลาดใหญ่ได้ แต่กุญแจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า “คุณกล้ากดคูณเท่าไหร่” แต่อยู่ที่ว่า “คุณคุมความเสี่ยงได้ดีแค่ไหน”
ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกเข้าใจและพร้อมที่จะลองใช้เครื่องมือนี้… บทความหน้าผมจะพาไปดู “วิธีฝากเงินและเริ่มเทรด Futures บน Bybit” แพลตฟอร์มที่มีระบบ Leverage เสถียรที่สุดเจ้าหนึ่งในตลาด เตรียมแอปให้พร้อม แล้วไปลุยกันครับ!
FAQ: คำถามยอดฮิตเรื่อง Leverage
1. Leverage 125x บน Bybit คืออะไร?
ตอบ: คือระดับสูงสุดที่คุณสามารถใช้ได้ (เฉพาะบางเหรียญใหญ่ๆ เช่น BTC) หมายความว่าวางเงิน 1 บาท ซื้อของได้ 125 บาท เสี่ยงสูงมาก กราฟขยับนิดเดียวพอร์ตแตกทันที ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่ครับ
2. ถ้าใช้ Leverage แล้วเป็นหนี้กระดานเทรดไหม?
ตอบ: ไม่เป็นหนี้ครับ ในตลาดคริปโตสมัยใหม่ (อย่าง Bybit) ถ้าเงินประกันคุณหมด ระบบจะตัดจบที่ 0 บาท คุณจะไม่ติดลบและไม่ต้องหาเงินมาใช้คืนส่วนต่างครับ (เรียกว่าระบบ Negative Balance Protection)
3. ถือ Long/Short ข้ามคืนเสียเงินไหม?
ตอบ: เสียครับ (หรืออาจจะได้) สิ่งนี้เรียกว่า Funding Fee เป็นดอกเบี้ยที่จ่ายกันระหว่างคนถือ Long และ Short ซึ่งจะเก็บทุกๆ 8 ชั่วโมง ถ้าคุณใช้ Leverage สูงๆ ค่า Funding Fee นี้อาจจะกินทุนคุณไปเรื่อยๆ ถ้าถือนานเกินไป
4. มือใหม่ควรเริ่มที่ Leverage เท่าไหร่?
ตอบ: แนะนำที่ 2x ถึง 5x ครับ ให้ความรู้สึกคล้าย Spot แต่กำไรดีกว่า และมีความเสี่ยงพอร์ตแตกต่ำมาก ทำให้มีเวลาฝึกฝนจิตใจครับ
5. ปรับ Leverage ระหว่างถือออเดอร์ได้ไหม?
ตอบ: บน Bybit ทำได้ครับ! ถ้าคุณรู้สึกว่าความเสี่ยงสูงไป สามารถเติมเงิน Margin เข้าไป หรือลด Leverage ลงได้ เพื่อถอยจุด Liquidation Price ออกไปให้ไกลขึ้น (แต่ต้องทำในโหมด Isolated นะครับ)
บทความอื่นๆ :
Spot vs Futures คืออะไร? คู่มือเทรดคริปโตฉบับมือใหม่ เริ่มต้นอย่างปลอดภัย (2026)