เจาะลึก Spot vs Futures คืออะไร? คู่มือเทรดคริปโตฉบับมือใหม่ เริ่มต้นอย่างไรให้พอร์ตไม่แตก (ฉบับปี 2026)
ความจริงที่เจ็บปวดและก้าวแรกสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ
เชื่อไหมครับว่า กว่า 90% ของคนที่กระโดดเข้ามาในโลกคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) มักจะขาดทุนหรือ “พอร์ตแตก” ภายใน 3 เดือนแรก? ไม่ใช่เพราะตลาดโหดร้ายเพียงอย่างเดียวครับ แต่เป็นเพราะพวกเขากระโดดเข้ามาด้วยความโลภ โดยปราศจาก “เกราะป้องกัน” ที่เรียกว่า ความรู้และการจัดการความเสี่ยง (Risk Management)
ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นครับ วันแรกที่เข้าตลาด ผมมองเห็นแต่กำไร ตัวเลขสีเขียว และคำว่า “To the Moon” จนลืมมองไปว่า เหรียญมีสองด้านเสมอ ในวันที่ตลาดเทลงมา สิ่งเดียวที่ช่วยชีวิตพอร์ตการลงทุนของผมไว้ได้ ไม่ใช่เทคนิคกราฟขั้นเทพ แต่คือความเข้าใจพื้นฐานเรื่องกลไกตลาด และการเลือกสนามรบที่เหมาะกับตัวเอง
บทความนี้ ผมไม่ได้จะมาชวนคุณรวยทางลัด แต่ผมจะมา “กางแผนที่” ให้คุณดูว่า ระหว่างการเทรดแบบ Spot กับ Futures มันต่างกันอย่างไร แบบไหนที่เหมาะกับจริตการลงทุนของคุณ และที่สำคัญที่สุดคือ Leverage เครื่องมือที่เปรียบเสมือนดาบสองคม มันทำงานอย่างไรกันแน่ ถ้าคุณอ่านบทความนี้จบ ผมมั่นใจว่าคุณจะก้าวเข้าสู่ตลาดคริปโตได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยกว่าคนส่วนใหญ่แน่นอนครับ
Spot Trading: การซื้อขายแบบพื้นฐาน “ของจริง ของเรา”
Spot คืออะไร? เข้าใจง่ายๆ ใน 1 นาที
ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพที่สุด Spot Trading ก็เหมือนกับการที่คุณเดินไปร้านทอง แล้วเอาเงินสดไปแลกทองคำแท่งกลับมาเก็บไว้ที่บ้านครับ
ในโลกคริปโต เมื่อคุณเทรด Spot (เช่น ซื้อ Bitcoin ด้วยเงินบาท หรือ USDT) คุณจะได้ “ความเป็นเจ้าของ” ในเหรียญนั้นจริงๆ คุณสามารถโอนเหรียญนั้นไปเก็บใน Hardware Wallet ส่วนตัวได้ หรือจะโอนไปจ่ายค่ากาแฟ (ถ้าเขารับ) ก็ได้
ทำไมมือใหม่ควรเริ่มที่ Spot?
-
ไม่มีวันพอร์ตแตก (Liquidation): ตราบใดที่คุณไม่ขาย คุณก็ไม่ขาดทุน (Unrealized Loss) หรือที่เราเรียกกันติดตลกว่า “ติดดอย” นั่นเอง แม้ราคา Bitcoin จะร่วงลงมา 50% แต่จำนวน Bitcoin ในกระเป๋าคุณยังเท่าเดิม รอวันราคากลับมาได้
-
ความเครียดต่ำ: คุณไม่ต้องมานั่งเฝ้าหน้าจอตลอด 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว (HODL)
-
ได้รับสิทธิประโยชน์: บางเหรียญถ้าคุณถือครองแบบ Spot คุณอาจจะได้รับ Airdrop หรือสามารถนำไป Staking เพื่อกินดอกเบี้ยได้
ข้อควรรู้: การเทรด Spot เหมาะสำหรับคนที่มองการไกล เชื่อมั่นในพื้นฐานของเหรียญ และมีเงินเย็นที่สามารถรอคอยผลตอบแทนได้
Futures Trading: สนามรบของมือโปร “กำไรสองทาง แต่อันตรายคูณสอง”
Futures คืออะไร? ทำไมคนถึงชอบเทรดกันนัก?
ขยับความยากขึ้นมาอีกระดับครับ Futures Trading (สัญญาฟิวเจอร์ส) ไม่ใช่การซื้อเหรียญมาเก็บ แต่เป็นการ “เก็งกำไรบนราคา” ของเหรียญนั้นๆ โดยที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของเหรียญจริงๆ
ลองนึกภาพว่าคุณทำสัญญากับเพื่อนว่า “อีก 1 เดือนข้างหน้า ราคา Bitcoin จะขึ้น” ถ้ามันขึ้นจริง เพื่อนจ่ายเงินส่วนต่างให้คุณ แต่ถ้ามันลง คุณต้องจ่ายเงินให้เพื่อน นี่แหละครับคือคอนเซปต์ของ Futures
จุดเด่นที่ทำให้ Futures น่าสนใจ (และน่ากลัว)
-
ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง:
-
Long (Buy): เก็งว่าราคาจะขึ้น (เหมือน Spot)
-
Short (Sell): เก็งว่าราคาจะลง (Spot ทำไม่ได้) นี่คือข้อได้เปรียบมหาศาล เพราะแม้ในตลาดหมี (Bear Market) คุณก็ยังทำเงินได้ถ้าคุณมองเทรนด์ออก
-
-
ใช้ทุนน้อยกว่า: ด้วยระบบ Leverage (จะอธิบายในหัวข้อถัดไป) ทำให้คุณมีเงิน 1,000 บาท ก็อาจจะเทรดเหมือนมีเงิน 10,000 หรือ 100,000 บาทได้
เจาะลึก Leverage: คานงัดที่เปลี่ยนยาจกเป็นเศรษฐี (หรือกลับกัน)
หัวข้อนี้สำคัญที่สุดครับ ถ้าคุณไม่เข้าใจ Leverage ห้ามแตะต้องตลาด Futures เด็ดขาด!
Leverage คือการ “ยืมเงิน” จากกระดานเทรด (Exchange) มาเพื่อเพิ่มอำนาจในการซื้อขายครับ เช่น ใน Bybit หรือกระดานอื่นๆ มักจะมีให้เลือกตั้งแต่ 1x ไปจนถึง 125x
ตัวอย่างการคำนวณ (ให้เห็นภาพชัดๆ)
สมมติคุณมีเงินทุน (Margin) อยู่ที่ 100 USDT และราคา Bitcoin อยู่ที่ $50,000
-
กรณีไม่ใช้ Leverage (1x Spot):
-
ถ้า Bitcoin ขึ้น 10% -> เงินคุณกลายเป็น 110 USDT (กำไร 10%)
-
ถ้า Bitcoin ลง 10% -> เงินคุณเหลือ 90 USDT (ขาดทุน 10%)
-
-
กรณีใช้ Leverage 10x (Futures):
-
อำนาจซื้อของคุณจะกลายเป็น $100 \times 10 = 1,000$ USDT
-
ถ้า Bitcoin ขึ้น 10% -> กำไรคำนวณจาก 1,000 USDT คือ 100 USDT (เท่ากับคุณได้กำไร 100% ของเงินต้น!)
-
แต่เดี๋ยวก่อน! ถ้า Bitcoin ลงเพียง 10% -> ขาดทุนคำนวณจาก 1,000 USDT คือ -100 USDT
-
ผลลัพธ์: เงินต้น 100 USDT ของคุณจะหายวับไปทันที หรือที่เรียกว่า “พอร์ตแตก” (Liquidated)
-
คำเตือนจากใจ: Leverage สูงๆ ไม่ได้ทำให้คุณรวยเร็วเสมอไป แต่มันทำให้คุณ “ตายไว” ขึ้นหากผิดทาง มือใหม่ผมแนะนำให้เริ่มที่ Spot หรือถ้าจะลอง Futures ไม่ควรเกิน 2x-5x ครับ
3 กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยง (Risk Management) ที่ต้องท่องให้ขึ้นใจ
จากประสบการณ์ที่ผมอยู่ในตลาดมาหลายปี คนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่เทรดแม่นที่สุด แต่คือคนที่ “รักษาเงินต้น” ได้ดีที่สุดครับ นี่คือ 3 กฎเหล็กที่ผมใช้เสมอ:
1. Stop Loss คือลมหายใจ
ห้ามเปิดออเดอร์โดยไม่มีจุด Stop Loss (จุดยอมแพ้) เด็ดขาด การตั้ง Stop Loss คือการบอกว่า “ฉันยอมเสียเงินได้แค่นี้” เพื่อแลกกับโอกาสทำกำไร อย่าปล่อยให้การขาดทุนเล็กน้อยลุกลามจนกลายเป็นการขาดทุนก้อนโต หรือที่เรียกว่า Loss Aversion
2. Risk Reward Ratio (RR)
ก่อนเข้าออเดอร์ ถามตัวเองเสมอว่า คุ้มไหม? ถ้าเสี่ยงเสีย 100 บาท เพื่อแลกกำไร 100 บาท (RR 1:1) แบบนี้เหนื่อยฟรีครับ ควรมองหาจังหวะที่ เสี่ยง 1 แต่มีโอกาสได้ 2 หรือ 3 ขึ้นไป (RR 1:2, 1:3)
3. อย่า Overtrade และคุมอารมณ์ให้ได้
ตลาดคริปโตเปิด 24/7 ก็จริง แต่คุณไม่จำเป็นต้องเทรดตลอดเวลา การเข้าออเดอร์บ่อยๆ ด้วยอารมณ์ FOMO (กลัวตกรถ) หรืออยากเอาคืนตอนขาดทุน เป็นทางด่วนสู่หายนะ ให้เทรดตามแผน ไม่ใช่ตามอารมณ์
บทสรุป: เลือกสนามรบให้เหมาะกับตัวคุณ
การเลือกว่าจะเทรด Spot หรือ Futures ไม่มีคำตอบที่ถูกที่สุดครับ มันขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความเสี่ยงที่คุณรับได้
-
ถ้าคุณเป็น นักลงทุนระยะยาว (Investor): รักความสงบ เชื่อมั่นในเทคโนโลยี เน้นสะสมความมั่งคั่ง -> Spot คือคำตอบ
-
ถ้าคุณเป็น นักเก็งกำไร (Trader): รับความเสี่ยงได้สูง มีเวลาศึกษาและเฝ้ากราฟ ต้องการกระแสเงินสดรายวัน -> Futures อาจเป็นทางเลือก แต่ต้องมาพร้อมวินัยที่เคร่งครัด
สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหาแพลตฟอร์มในการเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็น Spot หรือ Futures สิ่งสำคัญคือต้องเลือกกระดานเทรดที่มีสภาพคล่องสูง ระบบเสถียร และมีเครื่องมือช่วยจัดการความเสี่ยงที่ดี (อย่างเช่น Bybit ที่ระดับโลกยอมรับ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะมีบทความเจาะลึกวิธีการใช้งานในตอนต่อๆ ไปครับ)
การลงทุนในคริปโตคือการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งร้อยเมตร ขอให้ทุกคนค่อยๆ ศึกษา ก้าวอย่างมั่นคง และที่สำคัญ “อย่าลงทุนเกินกว่าเงินที่คุณจะเสียได้” ครับ
FAQ: คำถามที่พบบ่อย (สำหรับมือใหม่)
1. คริปโตคืออะไร เข้าใจง่ายๆ?
คริปโตเคอร์เรนซี คือสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการบันทึกข้อมูล ทำให้มีความปลอดภัยสูง ตรวจสอบได้ และไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างธนาคาร เหรียญที่ดังที่สุดคือ Bitcoin
2. มือใหม่ควรเริ่มเทรด Spot หรือ Futures ก่อน?
แนะนำให้เริ่มจาก Spot เสมอครับ เพราะความเสี่ยงต่ำกว่า คุณจะได้เป็นเจ้าของเหรียญจริงๆ และไม่มีความเสี่ยงเรื่องพอร์ตแตก (Liquidation) เหมือน Futures เมื่อชำนาญแล้วค่อยศึกษา Futures เพิ่มเติม
3. พอร์ตแตก (Liquidation) ใน Futures คืออะไร?
คือสถานการณ์ที่เงินประกัน (Margin) ในพอร์ตของคุณไม่เพียงพอที่จะรองรับการขาดทุนของออเดอร์นั้นๆ ทางกระดานเทรดจึงต้องบังคับปิดสถานะของคุณ ทำให้เงินต้นในส่วนนั้นกลายเป็น 0 ทันที มักเกิดจากการใช้ Leverage สูงเกินไป
4. Leverage เยอะๆ ดีไหม?
Leverage เปรียบเหมือนดาบสองคมครับ มันช่วยขยายผลกำไรได้มหาศาล แต่ก็ขยายผลขาดทุนได้เท่าตัวเช่นกัน สำหรับมือใหม่ ไม่แนะนำให้ใช้ Leverage เกิน 5x-10x
5. เทรดคริปโตต้องใช้เงินเท่าไหร่?
ปัจจุบันคุณสามารถเริ่มต้นเทรดได้ด้วยเงินจำนวนน้อยมาก บนกระดานเทรดส่วนใหญ่ รวมถึง Bybit คุณสามารถเริ่มเปิดออเดอร์ได้ด้วยเงินเพียงหลักร้อยบาท (ประมาณ 10 USDT) เท่านั้นครับ